ส.อ.ท. หวั่นปิด 'ฮอร์มุซ' เขย่าเศรษฐกิจไทย สะเทือนราคา 'น้ำมัน-ทองคำ'

04 มีนาคม 2569
ส.อ.ท. หวั่นปิด 'ฮอร์มุซ' เขย่าเศรษฐกิจไทย สะเทือนราคา 'น้ำมัน-ทองคำ'

ส.อ.ท. ชี้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบทางจิตวิทยา ดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มขยับขึ้น

แสดงความกังวลว่าหากสถานการณ์ลุกลามจนมีการปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลัก จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทันทีและกระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ยอมรับว่าไทยมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก หากเกิดการปิดเส้นทางขนส่งจะทำให้ต้นทุนนำเข้าเพิ่มขึ้นโดยตรง

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เงินเฟ้อ และกำลังซื้อในประเทศ ซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

เสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวางแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือ ทั้งการบริหารจัดการน้ำมันสำรอง การหาเส้นทางขนส่งสำรอง และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์โลกทันที ท่ามกลางความกังวลว่า หากสถานการณ์ลุกลามอาจกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สิ่งที่เห็นชัดในระยะสั้นคือ “แรงกระเพื่อมทางจิตวิทยา” ต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มขยับขึ้นตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

ปมร้อนใกล้ “ช่องแคบฮอร์มุซ” จุดชี้ชะตาพลังงานโลก

นายเกรียงไกร กล่าวว่า จุดอ่อนไหวสำคัญอยู่บริเวณ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือที่มีความหนาแน่นสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากเกิดเหตุรุนแรงหรือมีการปิดเส้นทางเดินเรือ จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที และกระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

“ระยะสั้นราคาน้ำมันอาจกระเตื้องขึ้นไม่มากนักจากแรงเก็งกำไร แต่ถ้าสงครามยืดเยื้อหรือบานปลาย ความเสี่ยงจะยกระดับทันที โดยเฉพาะหากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น บ่อน้ำมันหรือโรงกลั่น” นายเกรียงไกรกล่าว

จับตาท่าทีมหาอำนาจ-พันธมิตรอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งลุกลามคล้ายกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครนในอดีต และมีการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโดยตรง ผลกระทบต่อราคาน้ำมันจะรุนแรงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ และซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง

ไทยเสี่ยง! เหตุนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก

นายเกรียงไกร กล่าวยอมรับว่า สถานการณ์รอบนี้ “ใกล้ไทยมากกว่า” ความขัดแย้งในยุโรป เพราะไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นสัดส่วนหลัก หากเกิดเหตุปิดเส้นทางขนส่ง หรือเบี้ยประกันภัยเรือเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ต้นทุนนำเข้าเพิ่มทันที

ทั้งนี้ เสนอให้กระทรวงพลังงาน และบริษัทน้ำมันเร่งหารือวางแผนรับมือ ทั้งการจัดหาเส้นทางขนส่งสำรอง การบริหารสต๊อกน้ำมัน และประเมินต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้นจากค่าระวางเรือและค่าประกันภัย

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือท่าทีของประเทศมหาอำนาจที่มีบทบาทสนับสนุนอิหร่านอย่าง "จีน" และ "รัสเซีย" รวมถึงบทบาทประเทศในตะวันออกกลางว่าจะมีใครออกมาเป็นตัวกลางผลักดันการเจรจาเพื่อลดความรุนแรงหรือไม่

“กรณีเลวร้ายที่สุด ต้องประเมินทุกฉากทัศน์ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว หากมีการปิดอ่าวหรือปิดช่องแคบจริง ไทยจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้นานเท่าใด และต้องบริหารจัดการอย่างไร”

ผลกระทบลูกโซ่ถึงภาคอุตสาหกรรม

สำหรับภาคการผลิตโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น ปิโตรเคมี เหล็ก ปูนซีเมนต์ ขนส่ง และโลจิสติกส์ จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคส่งออกอาจเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนสินค้าและค่าขนส่งที่สูงขึ้น

หากราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง จะกระทบเงินเฟ้อ กำลังซื้อในประเทศ และอาจจำกัดพื้นที่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มศักยภาพ

แนะจุดยืนทางการทูต หนุนเจรจาแทนสงคราม

สำหรับบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ นายเกรียงไกรมองว่า ไทยอาจไม่ใช่ประเทศขนาดใหญ่พอที่จะเข้าไปมีบทบาทโดยตรง แต่ควรแสดงจุดยืนสนับสนุนการเจรจาทางการทูต และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง

“สิ่งสำคัญคือการลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เพราะทุกครั้งที่เกิดสงคราม พลังงานจะเป็นตัวแปรหลัก และส่งแรงกระแทกไปทั่วโลก”

ทั้งนี้ ส.อ.ท.เสนอให้มีการจัดทำ “แผนฉุกเฉิน” ครอบคลุมทั้ง

การบริหารสำรองน้ำมัน

การดูแลภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง

มาตรการบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

การประเมินผลต่อเงินเฟ้อและต้นทุนค่าครองชีพ

ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังสูง ตลาดโลกกำลังจับตาว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะเป็นเพียง “การปะทะเฉพาะจุด” หรือบานปลายสู่สงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาน้ำมันและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

สำหรับไทย บททดสอบสำคัญอยู่ที่ “ความพร้อมเชิงระบบ” ในการรับมือแรงกระแทกจากภายนอกที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.